Time To Fly Technology

ThaiCERT เตือนแพ็กเกจ npm และ Go ฝังมัลแวร์ขโมยข้อมูล

ThaiCERT เตือนแพ็กเกจ npm และ Go ฝังมัลแวร์ขโมยข้อมูล

ภัยคุกคามด้าน Cyber Security ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีการตรวจพบการโจมตีแบบ Supply Chain Attack ที่มุ่งเป้าไปยังนักพัฒนาซอฟต์แวร์ผ่านแพ็กเกจบน npm และภาษา Go ซึ่งอาจส่งผลให้ข้อมูลสำคัญของผู้ใช้งานและองค์กรรั่วไหลโดยไม่รู้ตัว

จากการแจ้งเตือนของ ThaiCERT พบว่าผู้โจมตีได้ซ่อนโค้ดอันตรายไว้ภายในโปรเจกต์ เพื่อรอจังหวะให้เครื่องมือพัฒนา เช่น VS Code เรียกใช้งานคำสั่งอัตโนมัติ ก่อนติดตั้งมัลแวร์สำหรับขโมยข้อมูลสำคัญออกจากเครื่องนักพัฒนา


รายละเอียดของภัยคุกคาม

การโจมตีครั้งนี้แตกต่างจากมัลแวร์บน npm ที่เคยพบในอดีต เพราะไม่ได้อาศัยการรันโค้ดทันทีระหว่างติดตั้งแพ็กเกจ

แต่ผู้โจมตีเลือกซ่อนคำสั่งอันตรายไว้ภายในไฟล์ของโปรเจกต์ เมื่อผู้พัฒนาเปิดโฟลเดอร์ดังกล่าวด้วยเครื่องมือที่รองรับการรันคำสั่งอัตโนมัติ และอนุญาตให้ Workspace ทำงาน คำสั่งอันตรายจึงเริ่มทำงานโดยที่ผู้ใช้แทบไม่ทันสังเกต

จากนั้นมัลแวร์จะเชื่อมต่อไปยังเซิร์ฟเวอร์ของผู้โจมตี เพื่อดาวน์โหลดและติดตั้งโปรแกรมสำหรับขโมยข้อมูลสำคัญจากเครื่องของเหยื่อ


แพ็กเกจที่ได้รับผลกระทบ

ThaiCERT ระบุว่ามีการตรวจพบ

  • แพ็กเกจ npm จำนวน 2 รายการ
  • แพ็กเกจภาษา Go อีก 16 รายการ

แม้แพ็กเกจ npm ที่ถูกรายงานจะถูกนำออกจาก Registry แล้ว แต่ผู้ที่เคยติดตั้งหรือใช้งานเวอร์ชันดังกล่าวยังคงมีความเสี่ยง และควรตรวจสอบโปรเจกต์ของตนเองทันที


ข้อมูลใดที่เสี่ยงถูกขโมย

หากเครื่องของนักพัฒนาถูกโจมตี ผู้ไม่หวังดีอาจเข้าถึงข้อมูลสำคัญ เช่น

  • Username และ Password
  • Browser Cookies
  • Authentication Token
  • GitHub Token
  • Git Credentials
  • SSH Keys
  • API Keys
  • Cloud Credentials
  • ข้อมูลจาก Password Manager
  • ข้อมูลใน Browser
  • กระเป๋าเงิน Cryptocurrency

ข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไปใช้เพื่อโจมตีระบบขององค์กรต่อได้ ทำให้เหตุการณ์ลุกลามจากเครื่องนักพัฒนาไปยังระบบ Cloud, Infrastructure, Datacenter และบริการสำคัญของธุรกิจได้


ผลกระทบต่อองค์กร

สำหรับองค์กรที่มีทีม Developer ภายใน หรือใช้บริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ภายนอก ความเสี่ยงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเครื่องคอมพิวเตอร์ของนักพัฒนาเท่านั้น

หาก Credential หรือ Token สำคัญรั่วไหล อาจส่งผลให้

การเข้าถึงระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต

ผู้โจมตีสามารถเข้าสู่ระบบ Git Repository, Cloud Platform หรือระบบภายในองค์กรได้

การโจมตีแบบ Supply Chain

มัลแวร์อาจถูกส่งต่อไปยังโปรเจกต์อื่น หรือแพร่กระจายผ่านกระบวนการพัฒนาและ Deployment

ความเสียหายต่อธุรกิจ

อาจเกิดการรั่วไหลของข้อมูลลูกค้า ความล่าช้าในการพัฒนาระบบ และส่งผลต่อความน่าเชื่อถือขององค์กร


แนวทางป้องกัน

ผู้ดูแลระบบและทีมพัฒนาควรดำเนินการดังต่อไปนี้

  • ตรวจสอบว่ามีการใช้งานแพ็กเกจที่ได้รับผลกระทบหรือไม่
  • อัปเดต Dependency ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด
  • ตรวจสอบ Source Code และไฟล์ Configuration ของโปรเจกต์
  • จำกัดการรันคำสั่งอัตโนมัติภายใน Workspace
  • ใช้หลัก Least Privilege สำหรับการเข้าถึงระบบ
  • หมุนเวียน API Key และ Access Token หากสงสัยว่ามีการรั่วไหล
  • เฝ้าติดตามพฤติกรรมผิดปกติของระบบอย่างต่อเนื่อง
  • ใช้เครื่องมือสแกนช่องโหว่และตรวจสอบ Software Supply Chain ในกระบวนการ CI/CD

มุมมองของผู้เชี่ยวชาญ

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า การโจมตีแบบ Software Supply Chain กำลังกลายเป็นหนึ่งในความเสี่ยงสำคัญขององค์กรยุคดิจิทัล

องค์กรไม่ควรให้ความสำคัญเฉพาะการป้องกัน Network หรือ Server เท่านั้น แต่ควรเพิ่มมาตรการด้านการตรวจสอบ Dependency การบริหารสิทธิ์ของนักพัฒนา และการเฝ้าระวังตลอดวงจรการพัฒนาซอฟต์แวร์ เพื่อยกระดับความมั่นคงปลอดภัยของระบบโดยรวม


บทสรุป

การตรวจพบแพ็กเกจ npm และ Go ที่ถูกฝังโค้ดอันตรายครั้งนี้ เป็นอีกตัวอย่างของการโจมตีที่อาศัยความไว้วางใจในระบบนิเวศของนักพัฒนา หากองค์กรมีทีมพัฒนาโปรแกรม หรือใช้งานระบบที่พึ่งพา Open Source ควรตรวจสอบแพ็กเกจที่ใช้งานอยู่ทันที พร้อมเสริมมาตรการด้าน Cyber Security, IT Solution, IT Support และ IT Maintenance เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจในระยะยาว

Scroll to Top