x
twp-20260225-vscode-4-extensions-itoutsource-itservice.jpg

4 ส่วนเสริม VS Code เสี่ยงถูกแฮก

🚨 พบช่องโหว่ร้ายแรงใน 4 ส่วนเสริม VS Code ยอดติดตั้งกว่า 125 ล้านครั้ง!

นักวิจัยด้านความปลอดภัยไซเบอร์เปิดเผยช่องโหว่ร้ายแรงในส่วนเสริมยอดนิยมของ Microsoft Visual Studio Code (VS Code) จำนวน 4 ตัว ซึ่งมียอดติดตั้งรวมกันมากกว่า 125 ล้านครั้ง 😱

หากถูกโจมตีสำเร็จ แฮกเกอร์อาจสามารถ:

  • 📂 ขโมยไฟล์ในเครื่อง (Local File Exfiltration)

  • 💻 รันโค้ดจากระยะไกล (Remote Code Execution)

  • 🏢 ขยายการโจมตีไปยังระบบภายในองค์กร (Lateral Movement)

งานวิจัยนี้ถูกเปิดเผยโดยบริษัทด้านความปลอดภัย OX Security

🔎 ส่วนเสริมที่พบช่องโหว่

1️⃣ Live Server

CVE-2025-65717 (CVSS 9.1 – ความรุนแรงสูงมาก)

ช่องโหว่นี้เปิดโอกาสให้ผู้โจมตีขโมยไฟล์จากเครื่องนักพัฒนาได้ หากหลอกให้เหยื่อเข้าเว็บไซต์อันตรายในขณะที่ Extension กำลังทำงาน

JavaScript ที่ฝังอยู่ในเว็บสามารถ:

  • เข้าถึง HTTP Server ที่รันบน localhost:5500

  • ดึงไฟล์ภายในเครื่อง

  • ส่งข้อมูลไปยังโดเมนของผู้โจมตี

⚠️ ขณะนี้ยังไม่มีแพตช์แก้ไข

2️⃣ Markdown Preview Enhanced

CVE-2025-65716 (CVSS 8.8)

ผู้โจมตีสามารถอัปโหลดไฟล์ .md ที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อรัน JavaScript อันตราย

ผลกระทบ:

  • สแกนพอร์ตภายในเครื่อง (Local Port Enumeration)

  • ขโมยข้อมูลออกไปยังเซิร์ฟเวอร์ผู้โจมตี

⚠️ ยังไม่มีการแก้ไข

3️⃣ Code Runner

CVE-2025-65715 (CVSS 7.8)

ช่องโหว่นี้ต้องอาศัย Social Engineering หรือ Phishing หลอกให้ผู้ใช้แก้ไขไฟล์ settings.json

เมื่อสำเร็จ แฮกเกอร์สามารถรันโค้ดใดๆ ก็ได้บนเครื่องเหยื่อ 💣

⚠️ ยังไม่มีแพตช์เช่นกัน

4️⃣ Microsoft Live Preview

แม้ไม่มีหมายเลข CVE แต่พบว่ามีช่องโหว่ที่อนุญาตให้เว็บไซต์อันตรายเข้าถึงไฟล์สำคัญในเครื่องนักพัฒนา

Microsoft ได้แก้ไขเงียบๆ ในเวอร์ชัน 0.4.16 (กันยายน 2025) แล้ว ✅

💡 ความเสี่ยงต่อองค์กร

นักวิจัยระบุว่า แค่มี Extension ที่มีช่องโหว่เพียงตัวเดียว ก็อาจเปิดทางให้ผู้โจมตี:

  • ยึดเครื่องนักพัฒนา

  • ขโมย Source Code

  • ฝัง Backdoor

  • เคลื่อนย้ายการโจมตีไปยังระบบอื่นในองค์กร

โดยเฉพาะองค์กรที่มีทีม Developer หลายคน ความเสี่ยงจะยิ่งสูงขึ้น 📈

🛡 แนวทางป้องกันที่แนะนำ

เพื่อความปลอดภัยของสภาพแวดล้อมการพัฒนา ควร:

  • ❌ หลีกเลี่ยงการติดตั้ง Extension ที่ไม่จำเป็น

  • 🔄 อัปเดต Extension เป็นเวอร์ชันล่าสุดเสมอ

  • 🔥 ใช้ Firewall จำกัดการเชื่อมต่อเข้า-ออก

  • 📴 ปิดบริการ localhost เมื่อไม่ใช้งาน

  • 📑 ไม่เปิดไฟล์หรือ Repository จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ

🏢 ทำไมองค์กรควรใช้ IT Outsource?

ภัยคุกคามลักษณะนี้แสดงให้เห็นว่า แม้แต่เครื่องนักพัฒนาก็เป็นเป้าหมายสำคัญของแฮกเกอร์

องค์กรที่ไม่มีทีม Security เฉพาะทาง ควรพิจารณาใช้
IT Outsource หรือ บริการดูแลระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อช่วย:

  • ตรวจสอบความปลอดภัยของเครื่องพัฒนา (Endpoint Security)

  • ควบคุมนโยบายการติดตั้ง Software

  • ทำ Vulnerability Assessment

  • เฝ้าระวังพฤติกรรมผิดปกติแบบเรียลไทม์

การมีผู้เชี่ยวชาญดูแลระบบช่วยลดความเสี่ยงจากช่องโหว่ที่อาจถูกมองข้าม และปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ 🚀

📌 สรุป

ช่องโหว่ในส่วนเสริมยอดนิยมของ VS Code ทั้ง 4 ตัว แสดงให้เห็นว่า “Extension เพียงตัวเดียว” ก็สามารถเป็นจุดเริ่มต้นของการโจมตีทั้งองค์กรได้ 😰

การบริหารจัดการ Software และ Security อย่างรัดกุม โดยเฉพาะผ่าน IT Outsource หรือ บริการดูแลระบบคอมพิวเตอร์ คือแนวทางสำคัญในการป้องกันภัยไซเบอร์ยุคใหม่ 🛡️

ที่มา – https://thehackernews.com/2026/02/critical-flaws-found-in-four-vs-code.html